Home
bbteam
01 January 2020 @ 01:01 am




- คลังสมบัติกำลังก่อร่างสร้างปูน bbteam2

- สมาคมคนรักเมีย(เรา) KATTUNLOVE

- สมาคมคนรักผัว(คนอื่น) Big Bang

- นานารายการที่ดูรู้เรื่อง JR_subtitle

- ขุมทองแมคเคน(ไช)น่า Kame_baidu

- ขุมปัญญาออนไลน์ Longdo zKorean siamkane[JP]




เวลาไม่เคยไหลกลับ.........เราต้องจับเมียมาเชยชมให้ได้ก่อนตาย!!!!


My Music...







--------------------------------------------------------------------------



 
 
bbteam
20 June 2009 @ 01:51 am




เพลงที่ร้องบ่อยที่สุด ณ ขณะนี้.....


"เมียป้ามีชู้ววว



...ชาวบ้านรู้ หรือเปล่า??
ไม่เคยรู้ข่าวแพร่งพราย คนหนุ่มนี่ช่างกระไร
ชอบเปลี่ยนสไตล์
ไวไฟสิ้นดี





เมียป้ามีชู้ววว



...คนรู้ กันแซด
อยู่กันตั้งแปดเก้าปี พ่อยอดยาหยีทำแชเชือน

หูฟังไม่รู้ หรือตาถั่ว ไม่ยอมรักตัว หัวใจช่างแข็ง
ผัวเดียวไม่รักไม่เป็นไร ผัวดีไฉนไม่เป็นแหล่ง
เปลี่ยนแปลงที่นอน เดือนละกี่หน???


เมียป้ามีชู้ววว...




คนรู้กันทั่ว แต่ตาป้าถั่วเหลือทน
รักละลายเมื่อปลายหน้าฝน
ต้องหนาวตรม ยอมทนหนาวทรวง


เมียป้ามีชู้ววว




....คนรู้ กันเกร่อ
ซื่อจนเซ่อเลยช้ำทรวง อกเอ๋ยไม่ใช่ประท้วง
  พ่อเต่าเผือกตัวงาาาาามมมม



.... ทำไมถึงทำกับฉันด้ายยยยย
















ดื่ม....ย้อมใจ....แต่ไม่ลืมเธอ
(แล้วจะเวิ่นเว้อหาพระแสงปืนทำไมวะ?)




 
 
Current Mood: weird
 
 
bbteam
18 June 2009 @ 12:13 am
ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามาคือ

ช่วงที่ผ่านมาถือว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยในทุกๆ ด้านและเหนื่อยจนรู้สึกว่า คงจะไม่สามารถผ่านมันไปโดยไม่สะบักสะบอมมากกว่านี้ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว

(ฮา)

ผ่านไปอย่างที่มันควรจะเป็น ถึงมันจะทำให้เรา...นะ แต่เราก็ได้ความแข็งแรงในอีกรูปแบบหนึ่งกลับคืนมา เอาน่า ไม่มีใครตายเพราะงานหนักหรอก จริงมั้ยฮึ?

เราจะใจเย็นขึ้นก็แล้วกัน ฮ่าๆ

เมื่อคืนวาน

เรากำลังดูทีวี น้องเจค กิลเลนฮาลน่าหม่ำสุดตีน ไอ้โป้ววว ลูกหมาตัวเท่าลูกวัวที่นอนเบียดเราอยู่อย่างอภิสิทธิ์สุดตีน ก็ลุกพรวดพราดขึ้นทำท่าจะโดดลงจากบ้าน เรารีบตะครุบมันเอาไว้เพราะอีหนูย่นนอนอยู่ข้างนอก เราขี้เกียจฟังมันเห่าแข่งกัน อยู่กับมาเกือบปีแล้วยังจะกัดจะห้ำหั่นอยู่ได้

แต่ว่า อีหนูของเราก็ลุกจากที่นอนทันทีเหมือนกัน เผ่นแผล็วเข้าไปในกรงยกพื้นของไอ้โป้ว ....

แสดงว่าเหตุการณ์ไม่ปกติ....

อิฉันที่ติดกาแฟจนเบลอก็เลยชะลอแผนการละลายคาเฟอีนไว้ก่อน เปิดไฟให้สว่างทั่วบ้านแล้วมองหาต้นเหตุของการตื่นตัวเกินเหตุ





แม่เจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!




"แมงเงา"



ขนาดประมาณเท่าคืบผู้ใหญ่ สีดำมะเมื่อม อย่างเนี้ย.................มันเข้ามาเดินเล่นในบ้านเรา!

อินี่เรียกหาพ่อเสียงลั่นเลยอ่ะ เรากลัวอ่ะ ไม่ชอบ หยะแหยง แล้วมันตัวเท่าืคืบอ่ะ คืบบบบบบของผู้ใหญ่ด้วยนะเว้ย ไม่เล็กอ่ะ

พ่อหัวเราะ บอกให้เราจัดการเอง


ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ลูกสาวตัวน้อยอ่อนแอบอบบางอย่างนี้เนี่ยนะ! บิดาคิดว่าเราจะเอาความแข้มแข็งขนาดทำร้ายทำลายแมงเงายักษ์ด้ายยยยยยยยยยย


หนูมิใช่ ราชันแมงป่อง นะ โปรดเข้าใจ

ไอ้หมาตัวดีของเราก็ทำท่าจะเข้าไปขย้ำมัน แบบว่าแปลกหูแปลกตา ยิ่งชูหางอย่างนั้นโป้ววก็ยิ่งสนใจใครรู้ โป้วอยากกกกรู้จัก

เดี๋ยวเอ็งก็ได้ไปรู้จักในนรกเสียหรอก




ฝนตกหนัก มดย้ายรัง ทากเดินพาเรด ปาดโดดขึ้นบ้าน อึ่งอ่างน้อยร่อนรอบอ่าง

แมงเงายังมายกหางเองอ้าโอ้อวดใส่หน้าให้เห็นอีก


ปีนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตน้อยๆ ของกูมั่งวะ?







 
 
bbteam
04 June 2009 @ 12:30 am

Read more... )
 
 
bbteam
31 May 2009 @ 12:27 am
รับมาจากตาลอีกทีหนึ่ง เป็นอะไรที่รั่วสมกับความอยาก ณ ขณะนี้มาก เคี้ยกๆๆ

ขอบคุณเจเอ็มฯ มากนะ๊จ๊ะ ^^ ตอนนี้เงยหน้าขึ้นได้แล้ว และจะเชิดหน้าได้ในเร็ววัน (เราสู้ววว)


แทกเสื่อมที่เล่นแล้ว....แม่เจ้าา มันเกิดขึ้นได้!!!

====================================

Tag 12*26


วิธีการเล่นแท็ก 12 คน 26 คำถาม

เขียนชื่อหนุ่มๆเอสเอ็ม 12 ชื่อ จะเป็นใครก็ได้ในเอสเอ็ม

///ขอผิดกติกา เอาคนที่คิดขึ้นได้ในขณะนั้นมาเลยละกัน มันคงจะให้อารมณ์เหนือความคาดหมายดีไม่น้อ

ชื่อ 12 ชื่อนี้ ต้องใส่หมายเลขให้เรียบร้อย

และเขียนเป็นชื่อจริง อย่างเช่น

1. Park Jungsu
2. Cho Kyuhyun
3. Kim Kibum

.......................

แบ่งง่ายๆ ชุดละ 3 ทั้งหมด 4 ชุด

คาเมะ/ จิน /ยามะพี

ทอป / ชางมิน /มินโฮ(ชายนี่)

จีดี /ซึงริ /โคยาม่า

ชิเงะ /ยูโตะ /จิเนน




1. เคยอ่านฟิคคู่เบอร์ 6 กับ 11 มั้ย? อยากอ่านมั้ย?


มินโฮ ณ ชายนี่ กับ นากาจิมา ยูโตะ!


มันจะเป็นไปได้เรอะ จะมีใครสนใจฟิคเฮย์เซย์กับชายนี่บ้างมั้ย?

อาจจะเป็นแนวเข้าสู่ยุคใหม่ แสงสว่าง(ชายนี่)อันสดใสในยุคเฮย์เซย์ วะ! ป้าว่ามันไม่เข้ากั๊นเข้ากันว่ะ


2. คิดว่าเบอร์ 4 หล่อหรือเท่ห์มั้ย? ขนาดไหน?


ทอป

หล่อดิ หล่อโคตรพ่อ



3. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเบอร์ 12 ทำเบอร์ 8 ท้อง?


ยูริ จิเนน กับ ซึงริ

.......................

คิดว่า....ซึงริคงไปคุกเข่าหน้าบ้านพักทงบังฯ แล้วพูดซ้ำๆว่า

พี่จุนซูครับ ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าพี่จะยกโทษให้ในความผิดพลั้งของผม

แล้วคงหันไปบอกจิเนนว่า อย่าคิดว่าแค่ลูกจะผูกมัดผมได้นะ

จิเนนของป้า....



4. แนะนำฟิคเกี่ยวกับเบอร์ 9 หน่อยสิ

โคยาม่า แน่นอนสิค้า ฟิคตัวเอง in the game of love โฮะๆๆๆๆๆ



5. เบอร์ 2 กับเบอร์ 6 จะเป็นคู่ฟิคที่ดีรึเปล่า?

จินกับชางมิน

.....

.......

............
จินกับชางมิน

มม่ายยยยยย ข้ามชาติของฉานนไม่ใช่คู่เน้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 


6. จะเลือกเบอร์ 5 กับ 9 หรือว่า 5 กับ 10? ทำไม?

ชางมินกะโคยาม่า และ ชางมินกับชิเงะ

จะกะใครก็เหมือนกันนั่นละ เพราะ
โคยาม่ากับชิเงะนั่นนน่ะ.....รู้ไว้นะ รู้ไว้นะ ว่าเราเหมือนคนเดียวกานนน คริคริ

เพราะงั้น เลือกหมดเลย



7. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเบอร์ 7 ไปเจอเบอร์ 2 กับเบอร์ 12 กำลังมีอะไรกัน?


จีดี ไปเจอ จิน กับ จิเนน กับลังมีอะไรกัน

แม่เจ้า!!!!!!!!!!!

ทริบเปิ้ลจ.จาน มารวมตัวกัน แม่เจ้า!!!!!!!!! หวยงวดนี้ออก เจ็ดเจ็ดเจ็ด แน่ๆ

////วิ่งไปซื้อหวย ทำเป็นลืมว่าต้องตอบคำถามข้อนี้

บั่นทอนพลังจิ้นมาก จีดีน่ะเร้อะะะะ แค่สะบัดหน้ามองหาความแนว(ประหลาด)

ที่อยู่รอบกายจินกับจิเนนมาแต่งแต้มแฟชั่นตัวเองมากฝ่า

ส่วนจินก็คงตวาด เฮ้ย! ไสหัวออกไป คนกำลังยุ่ง แล้วจิเนน...(พี่ขอโทษที่เอาหนูมาปู้ยำปู้ยี่)

เอ่อ....จินมันจะโดนจับฐานพรากผู้เยาว์มั้ย?
 

8. เขียนบทสรุปฟิคของคู่เบอร์ 3 กับ 10

ยามะพี กับ ชิเงะ

......อีกละ อีกละ อย่างนี้ก็ยามะพีควบสองดิ มีเงะก็ต้องมีโคะ พอมีโคะก็ต้องมีเงะ บทสรุปก็จะหนีพ้นเรอะะะะ

3some!!!!!!!!!!!!!!!!

 



9. ถ้าเกิดมันมีฉากหวานๆน่ารักๆของเบอร์ 1 กับ 8 คิดว่าไง?


คาเมะ กับ ซึงริ


O___________________o!!!
ที่นี่ที่ไหน...ฉันเป็นใครเหรอ อ๊าย.....





10. คิดชื่อฟิคสำหรับคู่เบอร์ 7 กับเบอร์ 12 ฟิคแนวเจ็บปวด/ปลอบใจ

จีดี กับ จิเนน


ฮ่วย!

เอาชื่อนี้ละกัน "เมื่อเธอโต ฉันจะเลิกแนว"




11. จะใช้/เขียนพล็อตแบบไหนแต่งฟิค ถ้าเบอร์ 4 ต้องการจะเปิดซิงเบอร์ 1?


ทอป กับ คาเมะ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ทอป! ฉันจะฟ้องแทรี จะฟ้องเมียแก ว่าแกมาทำมิดีมิร้ายเมียฉัน ฉันจะขอให้อายไลน์เนอร์หมดโลก ขอให้แกเลิกขอบตาดำ ดูซิใครจะแน่กว่าใคร!

ไม่คิดเด็ดๆ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่คิด เมียเราไม่มีทางยังซิง! เพราะงั้นบักทอปอย่ามาคิดให้เสียเวลา




12. มีเพื่อนคนไหนของคุณอ่านฟิค Y ของเบอร์ 7?

จีดี

ไล่ก็ไม่หมดเน่ ฟิคน้องแป้งเนี่ย คิดว่าเพื่อนเราอ่านหมดเลยนะเออ



13. มีเพื่อนคนไหนของคุณอ่านเบอร์ 3 ไปเป็นชู้กับคู่อื่นมั้ย?

ยามะพี

โฮ้ยยยย เยอะแยะ โดยเฉพาะเป็นมือที่สามระหว่างจินกะเมะ แต่เราว่านะ...ทรีซัม อิส เรียล!
 


14. มีเพื่อนคนไหนของคุณแต่งฟิคหรือวาดรูปเบอร์ 11 มั้ย?

ยูโตะ

อะฮ้าาา คุณทีช่วยเราตอบได้แน่ๆ



15. มีเพื่อนคนไหนของคุณแต่งฟิคคู่เบอร์ 2 กับ 4 กับ 5 บ้างมั้ย?

จิน กับ ทอป .....(บักอันนี้นี่! ชะช้าาาาาาา)
จิน กับ ชางมิน


ไม่มี แล้วก็.....อย่ามีเลยนะ ดาวขอร้องงงง
 



16. อะไรที่เบอร์ 10 จะกรีดร้อง/โวยวายได้

ชิเงะ

โคยาม่าไปตุนาหงันกะคนอื่นมั้งงงฮึ


 

17. ถ้าเกิดจะแต่งฟิคที่มาจากเพลงเกี่ยวกับเบอร์ 8 จะใช้เพลงอะไร?

ซึงริ ..

คริคริ คิรคริ

ก็แน่นอนดิ เด็กแข็งแรง สตรองเบบี้ แล้วก็คงจะเป็นเพลงเนี้ย

"พี่จุนซูคับ ตอนนี้ผมเป็นหนุ่มแล้วคับ...บ่อยากเป็นน้องชาย(ร่วมวงการ)แล้วล่ะ"

แต่ถ้ามันเข้าบ้านพี่จุนซูจริงๆ...มันอาจจะคิดรวบสองได้!

พี่จุนโฮตัวจริงหล่อเหอะ




18. ถ้าเกิดแต่งฟิคคู่เบอร์ 1 กับ 6 กับ 12 จะขึ้นเตือนบนหัวฟิคว่าอะไร

คาเมะ กับ มินโฮ(ชายนี่) กับ จิเนน

- คำเตือน :: ไม่มี เพราะฟิคเรื่องนี้มันต้องน่ารักฉิบหายวายวอด แน่ๆ คิดดูดิ

"สอนน้องให้ร้องรำทำ(นอง)รัก" 

คาเมะต้อง สอนเก่งแน่ๆ เราเชื่ออออออออ คริคริ



19. อะไรจะเป็นประโยคที่ใช้จีบ (pick-up line) ที่ดี  สำหรับเบอร์ 2 เพื่อจีบเบอร์ 10?


จิน กับ ซึงริ

"Do you like POP music?"

อ้าว..ก็มันพูดกันคนละภาษานิ
 


20. ครั้งสุดท้ายที่อ่านฟิคเกี่ยวกับเบอร์ 5 คือเมื่อไร?

ชางมิน


โห....ปลายปีที่แล้ว เดือนตุลา โปรเจ็ควันทัชแอนด์วันเลิฟฮ่ะ
 


21. อะไรคือความลับสุดยอดของเบอร์ 6?

มินโฮ (ชายนี่)

"ผมไม่อยากเป็นแค่น้องชายของพี่ชางมิน"



22. ถ้าเบอร์ 11 จะมีอะไรกับเบอร์ 9 เบอร์ 11 จะเมาหรือไม่เมา?

ยูโตะ กับ โคยาม่า

คิดว่าไม่เมานะ และคงคิดดีแล้วด้วย...แน่ใจ ยูโตะเป็นเด็กวางใจเชื่อใจได้



23. ถ้าเกิดเบอร์ 3 กับเบอร์ 7 เป็นแฟนกัน ใครจะเป็นเซเมะ?

ยามะพี กับ ซึงริ

เว้ย!!!!!!!!! เดี๋ยวปั๊ดเปลี่ยนซึงริเป็นโทมะเสียนี่ แน่อยู่แล้ว มะพีดิเซเมะด้วยกล้ามเห็นๆ



24. เบอร์ 1 กับเบอร์ 9 เป็นคู่รักหวานชื่นกัน จนกระทั่งอยู่ๆ เบอร์ 9 ก็หนีไปกับเบอร์ 5 
เบอร์ 1 ที่กำลังอกหักไปมีความสัมพันธ์คืนเดียว แบบติดเรทขั้นสุดยอดกับเบอร์ 11
แล้วก็แอบไปเป็นชู้แบบไม่แฮปปี้เท่าไรกับเบอร์ 12
จากนั้นเชื่อคำแนะนำของเบอร์ 4 จนไปพบรักแท้กับเบอร์ 3



 คาเมะ กับ โคยาม่าเป็นคู่รักหวานแหวว (แม่มเจ้าาา)

แล้วโคะก็หนีไปกับชางมิน (เลือกคนหนีไปด้วยนะโคะ เด็กฉลาดชาติเจริญนะนั่น)

คาเมะที่กำลังอกหักรักคุดก็ไปมีวันไนท์สแตนด์แบบฟูลคอร์สกับ....ยูโตะ (อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) ....แล้วก็แอบไปเป็นชู้แบบจำยอมกับจิเนน...(ใช่สิ จินได้จินเนน คาเมะก็ต้องได้จิเนนด้วยงั้นสิ)

จากนั้น...ทอป(บักอันอันนี้นี่ มาอีกแล้วนา) ก็แนะนำด้วยภาษาแร็ปโย่ววววววว ไม่รู้ฟังกันออกยังไง แต่ก็คงจะฟังออกเพราะเมะเป็นเพื่อนซี้สนิทปึกกะโคคิ ได้ไปพบรักกับ....ยามะพี!!!

โอ้....ชอบข้อนี้ที่สุดแล้ว โฮะๆๆๆๆๆๆๆ เลิศค่ะ เลิศมาก


สำหรับฟิคเรื่องนี้จะให้ชื่อเรื่องว่าอะไรดี?

"การเดินทางของเต่าทะเล"

บอกชื่อเพื่อนสามคนที่คงจะอ่านฟิคเรื่องนี้?

แน่นอนนอนแน่เลย หมีแม้ว กะ คุณที

บอกชื่อเพื่อนคนที่สมควรจะเป็นคนแต่งฟิคเรื่องนี้?

ป้าเองงง ป้าขอบรรเลงเองงง ยกเว้ยฉากเมะกับเด็กๆ นา ป้าไม่อาจหาญญญ




25. จะรู้สึกยังไงถ้าเบอร์ 7 กับเบอร์ 8 เป็นคู่เบสิค

จีดี กับ ซึงริ
มันก็เบสิคอยู่แล้วจริงๆ นะเออ



26. จะแท็กใครต่อไป

ตามสบายเลยจ้ะ ฮ่าๆๆๆ


 











 
 
Current Mood: ระบาย
 
 
bbteam
29 May 2009 @ 05:13 pm

เพราะอะไร ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใด
เฝ้าคอยแต่คิดถึงใคร คิดถึงคนที่ทิ้งกันไป
ถึงแม้เวลา ล่วงเลยผ่านมาสักเท่าไหร่
แต่แล้วทำไม ฉันยังตัดใจไม่ได้เลย

บ่อยครั้งที่ฉันยังคงรู้สึก ลึกๆ ลงไปข้างในหัวใจ
ก็เธอยังคงอยู่เคียงข้างกาย
สุดท้ายสัมผัสนี้ มีเพียงแค่ในฝัน

ปล่อยให้ฉันนอนหลับตา
ก็ยังดีกว่ารู้ว่าเธอไม่รักกัน
ได้โกหกตัวเอง อยู่ในความฝัน
ที่ฉันไม่ต้องการตื่น
จะยอมเป็นเจ้าชายนิทรา
แล้วใช้เวลาที่ยังมีทั้งคืน
ข่มตานอนหลับฝันไม่ยอมตื่น
ให้รักเรายังยั่งยืนอยู่ในฝัน

อยากย้อนเวลา ให้เรากลับมาเริ่มต้นใหม่
แต่ถึงยังไง ก็คงเปลี่ยนใจเธอไม่ได้เลย

บ่อยครั้งที่ฉันยังคงรู้สึก ลึกๆ ลงไปข้างในหัวใจ
ก็เธอยังคงอยู่เคียงข้างกาย
สุดท้ายสัมผัสนี้ มีเพียงแค่ในฝัน

ปล่อยให้ฉันนอนหลับตา
ก็ยังดีกว่ารู้ว่าเธอไม่รักกัน
ได้โกหกตัวเอง อยู่ในความฝัน
ที่ฉันไม่ต้องการตื่น
จะยอมเป็นเจ้าชายนิทรา
แล้วใช้เวลาที่ยังมีทั้งคืน
ข่มตานอนหลับฝันไม่ยอมตื่น
ให้รักเรายังยั่งยืนอยู่ในฝัน

หลับนานๆ เจ้าชายนิทรา
สมมติเอาเองว่าเรายังรักกัน
หยุดเวลาเอาไว้ชั่วนิรันดร์ อย่าให้ฉันได้ตื่นเลย



 
 
Current Mood: ...
 
 
bbteam
26 May 2009 @ 12:45 am



ฉันไม่โกรธที่เธอร้องขอ ให้เรานั้นเป็นเพียงเพื่อนกัน
ให้ฉันยอมรับความจริง ว่าเราต่างไม่เข้ากัน และที่บอกให้ฉันทำใจ
ฉันไม่โกรธอะไรเธอเลย ที่นิ่งเฉยไม่ใช่อะไร
ฉันกำลังนึกคำอยู่ เพื่อจะบอกว่าเข้าใจ เธอเข้าใจใช่ไหม
...ไม่ต้องห่วง

...จากนี้ จะเปลี่ยนเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ยังห่วงใย จะเป็นแค่คนๆหนึ่งที่อยู่ไกล
จะตั้งใจทำตามให้เธอเห็น

...จากนี้ ก็จะขอเป็นคนที่เธอให้เป็น แค่เธอนั้นไม่ลืมกันว่าฉันเป็น
...เพื่อนที่รักเธอคนหนึ่ง

http://pics.livejournal.com/bbteam/pic/00014kya


 

 
 
bbteam
23 May 2009 @ 11:27 pm




หื่อ..ฮื้อออ







ฉัน...ร้าากกเธอออ เสมอออ จากดวงวิญญาาาาาาา
ร้ากกกหมดชีวาาาา กว่าจะวางงจะวายปราณณณ

หงิงง....งงง....งงง



 
 
bbteam









เมียใคร ใครก็รักนาเว้ยยยย
ปากร้ายปากเปราะมาระรานกันได้อย่างไร?





ไม่ไหวที่จะเคลียร์แล้นนนน
 
 
Current Mood: aggravated
 
 
bbteam
05 May 2009 @ 03:08 am



เค้า...เค้าถ่ายรูปด้วยกัน
เค้า..เค้ายอมนั่งข้างๆ กัน

เค้า..

เค้า..

เค้า..

อยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน


(กรีดร้องไปสามบ้านแปดบ้านก็ยังไม่พอ ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ีชีวิตยังไม่สิ้นจนถึงทุกวันนี้ กระซิกริกรี้)
 
 
 
Current Mood: jubilant
 
 
bbteam
22 April 2009 @ 04:44 pm



อากาศร้อนมาก

เทมโป้ หมาบางแก้วตากลมโตผิดชาติตระกูล ขนขาวอุกอุย วัยกำดัด อายุหกย่างเจ็ดเดือน ด้วยเกิดในหน้าหนาวและเอามาอยู่บ้านนาก็ตอนที่อากาศหนาวจัด หนาวเอี้ยๆ หนาวโคตรๆ เทมโป้ไม่ค่อยสะทกสะท้าน (ยักไหล่)

เทมโป้มีขนอุกอุยเป็นอาวุธ และมีมารดา(ของกูเอง) ถักเสื้อไหมพรมอย่างอบอุ๊นอบอุ่นให้ใส่

เทมโป้ไม่สะทกสะท้าน

อากาศร้อนมาก

เข้าเดือนเมษายน เทมโป้หมาบางแก้วตากลมโตขนอุกอุย วัยกำดัดเริ่มรู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของบ้านนา

แดดเป็นแดด

ลมเป็นลม

ฝุ่นเป็นฝุ่น

ร้อนเป็นร้อนเหี้ย!

เทมโป้คงจะเกลียดขนตัวเองเป็นอย่างมาก

เทมโป้ชอบทำตัวเปียกน้ำ แต่ถ้าทำอย่างนั้น แม่กับน้าเบิ้ลจะไม่ให้ขึ้นไปนอนบนบ้าน เพราะตัวเปื้อน

เทมโป้จำต้องกล้ำกลืนเลือกทางเดินชีวิต..................

เทมโป้ยอมไม่ทำตัวเปียกน้ำ เทมโป้เดินน้ำลายหยดลิ้นยืดมาขอนอนตากพัดล

แต่น้าเบิ้ลก็ยังเห็นแก่ตัวไม่ยอมให้พัดลมส่าย จะเข้าห้องแอร์ แม่ก็ไม่ยอม แม่ยังแบ่งอาณาเขตของแม่กับโป้ชัดเจน  โป้ลืมไปแล้วว่าแอร์เย็นฉ่ำเป็นยังไง จำได้แต่น้ำฝน น้ำผุด น้ำประปา และน้ำในบ่อปลา (?)


เทมโป้เดินขึ้นบ้านน้าเบิ้ลแทน โป้ตัวไ่ม่เปียก เท้าไม่ดำ น้าเบิ้ลไม่ไล่ลงบ้าน แต่ไม่ยอมส่ายพัดลม....โป้จึง....
.......................................มองพัดลมด้วยแววตาละห้อยแกมแค้นขุ่น

คิดในใจว่า 'เออสิ โป้มันเตี้ย กดปุ่มส่ายพัดลมไม่ทัน'


ชะรอย เทมโป้ยังมีโสพิเป็นยาใจ โสพิเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี

'เฮ้ย ดูแต่หนังเกย์อยู่ได้ ส่ายพัดลมให้โป้ดิ๊ มันมองพัดลมอยู่น่ะ'


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


*[]*

น้าเบิ้ลต้องรีบไปกดปุ่นพัดลมอย่างด่วน


อืมม์...

........ก็โอเค ลมแรงดี

อืมม์

.......เป็นหมาภูธรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

อืมม์

.......น้ำแข็งก้อนใหญ่ดีด้วย

อืมม์..

........โป้ว่าจะเอาไปเก็บไว้นอนเลียในกรงตอนกลางคืนดีกว่า






*[]*




โสพิ........"โป้ น้ำแข็งละลายนะลูก"

เทมโป้ที่ำกำลังลุกขึ้นยืนจะเอาไปเก็บในกรง...รู้สึก ช็อคและเสียดายมาก

เทมโป้เสียดายความเย็นอันเอกอุที่แสนสุข


โหดร้าย??


ทำไมน้ำแข็งต้องละลาย....


ก็ได้ เทมโป้จะกินให้หมดตอนนี้แหละ จะเลียให้หมดก้อนตอนนี้ก็ได้...


โหดร้ายที่สุด -*-


ว่าแต่...


น้าเบิ้ล .... ไปอาบน้ำให้โป้ดีกว่านะ เทมโป้ร้อนแล้ว เลิกดูหนังเกย์สักที










 
 
Current Mood: ร้อนว้อยยย
Current Music: KAT-TUN - 7 Days Battle
 
 
bbteam
19 April 2009 @ 09:45 am




เคยคุยกับโสพิว่าถ้ากูประกาศตัว แอนตี้-กิบบอน จะโดนรังเกียจจากวงสังคมมั้ยวะ?

โสพิพยักหน้าทันทีไม่มีลังเลหรือคิดหนัก "แน่นอน ไม่ต้องสงสัย" ........... เอ่อ มันจะตอบแบบรักษาน้ำใจกันบ้างก็ได้นะ


ทั้งนี้...แอนตี้ - กิบบอน ... ไม่ได้หมายความว่า อะฮั้นเป็นพวกองุ่นเปรี้ยว เห็นชะนีสวยสาวแล้วตัวซี้ดตัวสั่นด้วยความอิจฉาจนโบ้ยว่ารังเกียจ เพราะอะฮั้นก็ยังชอบมองคนสวยๆ สาวหุ่นเด้งดึ๋งสะบึม อาทิ บริทนีย์ คริสติน่า มยา  อะฮั้นชอบมั่กมาก แต่ว่าเราน่ะ เป็น สาววาย ด้วยจิตวิญญาณ ความรัก ความรู้สึก เพราะงั้นมาตรฐานความปกติของอะฮั้นจึงแปรเปลี่ยน ทำให้การมองเห็น ชาย + หญิง เป็นเรื่องชิลล์ ธรรมดาในแบบเพื่อนกันมันทุกเม็ด ไร้อารมณ์ ไม่รู้สึกรู้สากับภาพสวีทหวานแหววใดใด

แลเป็นที่รู้กันว่า...ชาย + หญิง... ที่เป็นมีเดียบันเทิงทุกประเภท อะฮั้นไม่อ่านไม่เสพมานานแล้ว เว้นเสียแต่วรรณกรรม นิยายสืบสวน หรือสื่อบันเทิงที่ไม่เน้นอารมณ์รักในแบบ...เอ้อ ว่ากันตรงๆ ก็ได้ แนวนิยายแ่จ่มใสน่ะ เราไม่อ่าน ไม่อิน และไม่เ้ข้าใจว่าทำไมผู้หญิงนิสัยไม่น่าคบกับผู้ชายนิสัยเอาแต่ใจจะเพอร์เฟคอะไรนักหนา

อ่ะนะ .......ก็เรามัน bias ไม่ต้องแอบนินทา (หัวเราะ)

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดอาการคันยุบยิบเพราะความเห็นที่ "ปกติ" ของคนที่คิดว่า "ตัวฉันเนี่ยล่ะ ปกติแล้ว" .........................เอามาตรฐานสังคมเป็นตัววัด

แ้ล้วแม่งเอาอะไรมาตัดสินว่า คนอื่นไม่ปกติ???

อะฮั้นกำลังหาหนังสือเล่มใหม่มาเสพสมอารมณ์หมาย กำลังอิ๊วอ๊าวว่านิยายแปลคุณเฟิงน่งเล่มใหม่ออกแล้วเว้ยยยย ก็ดั๊นนนนน ไปเจอบอร์ดคนอ่านหนังสือแปลเช่นเดียวกัน

แต่บอร์ดนั่น เค้าอ่านนิยายปกติกันอ่ะ

แล้วก็มีคอมเมนท์หนึ่งประทับติดตามาก ประทับด้วยความโมโหและเจ็บใจ (อาจจะจำได้ไม่หมดทุกคำ แต่เนื้อความมันแสลงใจ)

......เพิ่งได้อ่านจอมนางคู่บัลลังก์ของเฟิงน่ง สนุกมากเลย ก็เลยลองหานิยายแปลของเฟิงน่งมาอ่านอีก

...ปรากฎว่าเค้าเคยแต่งนิยายเกย์ (ตรงนี้แม่งโคตรเจ็บ) เลยอึ้งๆ ไป ทำไมถึงอ่านกันได้นะ จักจี้กับรู้สึก

แปลกๆ ยังไงไม่รู้...




โอ...นาทีนั้นมือไม้สั่น อยากจะสมัครแล้วพิมพ์ตอบกลับไปเหลือเกินว่า ...มันก็เหมือนพวกผู้ชายหื่นชอบดูนวลนางนั่นล่ะ แม่งยังดูกันได้ หรือเหมือนกับพวกเด็กสมัยนี้ที่ชอบอ่านแจ่มใสแล้วเพ้อตาเยิ้ม แต่ไม่ยอมอ่านหนังสือเรียนจนไอคิวเฉลี่ยระดับประเทศตกต่ำน่าตกใจ นั่นล่ะ


แล้วก็เหมือนพวกคุณที่อ่านกันไปได้ยังไง ชวนฝันหวานมันลอยละล่องขนาดนั้น (ขอโทษคนที่อ่านเอาบันเทิงด้วยนะ ตอนนั้นมันปรี๊ดจริงๆ ) เรื่องแบบนั้นมันเป็นรสนิยมส่วนตัว มีสิทธิอะไรมาวิพากษ์วิจารณ์วะ?

เหมือนกับเราชอบอ่านนิยายสืบสวน ชอบดูหนังผี แล้วมีคนถามว่า ชอบได้ไง ดูได้ไง นั่นล่ะ

ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น

ทำให้รู้สึกเจ็บใจระคนน้อยใจนักหนา

แล้วก็...เราเกลียดผู้หญิงที่ทำตัวลดคุณค่าของผู้หญิง มาก

ทำไม จะสวย จะแร่ด แต่มีคุณค่า ไม่ได้หรือ

สวย แร่ด แล้วทำไมยังทำตัวไร้การศึกษา ยังพูดจาแสดงว่าตัวเองไม่มีความคิด การใช้ชีวิตเมืองนอกไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีการศึกษาหรือเอามาข่มคนอื่นได้นะเว้ย

เพราะงั้น ต้องพูดว่า เราเป็น แอนตี้-กิบบอน ที่ สักแต่แร่ด ทำสวย แอ๊บแบ๊ว จะแร่ดก็ไม่แ่ร่ด จะแบ๊วก็กลัวไม่แรงพอ แล้วยังไม่รู้จักบันยะบันยังการพูดอีก

อืมม์ นั่นล่ะ ดีแล้ว...


อา... สบายใจขึ้นเยอะะะะะะะะะะะะะะะ

 
 
Current Mood: โมโหชะนี
 
 
bbteam
01 April 2009 @ 12:20 am
ไม่ได้

ไม่ได้

เอนทรี่นี้จะทำเป็นมองข้ามขี้เกียจไม่อัพไม่ได้ (ดีดดิ้นปัดๆ)



เครดิต http://nikpi-0409.blogspot.com/



เรื่องมันมีอยู่ว่า....

P's nikki vol.2035
03.29.2009


PM8:07
konbachiwa
eto~ i'm yamashita
back from Kyoto
that is a lie

but i hate lying
a stubborn rule i set for myself: if i were to say the truth within 5 seconds of lying, then it does not regard as a lie

depending on this rule, i don't see myself lying
i hate lying still
it isn't MAN at all
it doesn't feel good

if the truth is reveal, the feeling will be even worse
anyway this is how i think

therefore i shall not lie and promise not to lie
if i were to say the truth and my friends will be in danger,
in this terrible situation,
i choose to lie

otherwise i will not lie

ne~ toma, is this how you think too? 
 
 
.

ประเด็นคือ ทำไมต้องโทมะ? เกิดอะไรขึ้นกับคุณพีท่าน? อยู่ดีๆ ก็มีประเด็นเรื่องโกหกเป็นสิ่งไม่แมน! แล้วทำไมต้องโทมะ?

พอวัีนต่อมา...คุณพีก็เขียนนิกกิได้น่าประทับใจแม่ยกดับเบิ้ลที (t&t)รุ่นเล็กเหลือเกิน
 

P's nikki vol.2036
03.30.2009

PM8:09

こんばちわ!

after today's work i will be having dinner with Toma!

yesterday, after writing my irresponsible entry
worried and sent me a mail

i've trouble him instead
Photobucket


but to worry about me like this
makes me feel so warm


it's been a long time since we have chat
a sincere one!





นาทีนั้น...พัชราตายไม่ทันเก็บศพแม้จะสงสัยเต็มอกว่า ไปคุยอะไรกัน ดินเนอร์กันที่ไหน อย่างไร เจ้าของบล็อกที่คงคาใจไม่แพ้กัน ก็ยังตบหน้าเราให้นอนตายทั้งที่ยังยิ้มเยิ้มหยดย้อยด้วย Toma's เป็นการเฉลยปริศนา ว่า


toma's nikki vol.237

03.30.2009

oh!

yamashita san is this a spoof?

「don't wish to lie」


this is the truth
i'm always thinking of living my life honestly and upright
most probably, this is a serious way of treating towards things i like

as for me, it is acting, therefore my attitude towards acting is serious


treating this matter in a serious way, is it correct...living in this world, i don't think there's a definite answer...

to my favourite acting casts...

my favourite senpai, my kouhai...

friends...

everyone is living earnestly

as expected, people who are living, will treat matters with passion and all their might

although there's a saying "all honest people are fools", i disagree to it

due to us living in this kind of world, we then have to gather all our might to live on


eto, recently this is the kind of topic that me and yamashita had chatted

is this what we have discussed?


or is it just another irresponsible entry...


but to just read what yamashita wrote in his nikki yesterday, it seems like i have done something wrong...

in fear and trepidation i asked yamashita...

「gome 。it's just a foolish entry smiley Pictures, Images and Photos let's have meal together yeah Pictures, Images and Photos



this is what he'd replied

he didn't change at all...


Ciao178.gif





 
.
.
.
.


 
อ่านจบแล้วกรีดร้องกัดผ้าห่ม น้ำตาไหลพรากๆ ที่แท้ก็นังน้องปี้วางแผนจะพาโทมะไปดินเนอร์นี่เอง! (อันนี้ก็จิ้นเป็นการส่วนตัว โปรดอย่าเชื่อเป็นจริงเป็นจัง) แต่อ่านแล้วมันแบบบรรยายไม่ถูกเน่ นานน้านนนนนานที คู่นี้จะมีอะไรนิดๆ หน่อยๆ ออกมาให้อ่านให้ชื่นให้ชุ่มหัวใจบ้าง แม้เราจะมีข่าวโคมลอยแบบลอยไปลอยมาเชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง จิ้นเองบ้่าง เป็นระยะๆ ก็ยังอดดีใจไม่ได้


นี่มันเป็นหลักฐานชนิด CSI ยังต้องยอมรับนะเว้ย!!!!!


อา....รู้สึกประหนึ่งตัวเองเป็นชะนีจิตแตกประมาณเดียวกับธาตุไฟเข้าแทรกหลังจากฝึกคัมภีร์นพเก้าบรรลุขั้นสุดท้าย

 
.
.
.
.


ไม่ตายวันนี้จะตายวันไหน???
 
 
 
 
 
Current Mood: แฮปปี้สุดๆ
 
 
bbteam
23 March 2009 @ 11:21 pm
หมี...ควาย!







โสพิไปตะลอนทัวร์มา ในบรรดาฉายาที่ตะละแม่ชักมานั้น นี่เป็นเพียงเซ็ตเดียวที่พัชราฯติดใจจนต้องขอส่งเข้าสู่ระบบเครือข่ายไร้พรมแดน คริคริ คริคริ
 






 
 
Current Mood: drunk
Current Music: มองเล่ยะ
 
 
bbteam
17 March 2009 @ 10:39 am
เพิ่งได้มาไว้ในมือเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา โทร.ไปข่มขู่อ้อนวอน(?)โสพิว่า ขอกูเปิดเหอะ ขอกูแกะุเหอะ กูอยากเห็น อยากดู อยากยลเพราะหน้าปกมันทำให้คิดถึงเมียหลวงโสพิสมัยที่ออก 1+1 = infinity

ตากลมๆ ปากอิ่มๆ ผิวสีน้ำผึ้ง แม้ว่าจะเริ่มมีรอยบวมคล้ำใต้ตาแลริ้วรอยตามวัย (ฮา)


แต่.....สองพระหน่อนี่อายุน้อยกว่าเรานี่หว่า -*-






PhotobucketPhotobucket

แดงดีสีไม่ตก ชอบโลโก้ที่คิดขึ้นแต่ละปีม้ากกกมาก แต่ถ้าพูดถึงความเป็นยูนิตี้ก็ไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไหร่ น่าจะแบบคิดออกมาอันเดียวแล้วใช้ไปตลอด แต่พอมองดูดีๆ เออ...ก็คอนเซปต์ยังคงอยู่เปลี่ยนแค่รูปภาพหรือการออกแบบเท่านั้นเน่~~


PhotobucketPhotobucket  Photobucket
หน้าเฮียเนี่ย...จะไม่รั่วซักปีได้มั้ยคะ?

PhotobucketPhotobucketPhotobucket
จะบอกว่าทุกปีชอบเซ็ตที่เป็นรูปเล็กๆ ต่อกันอย่างเนี้ย...ม้ากกกมากก เพราะมันจะมีโมเมนต์เป็นตัวของตัวเองที่ทำให้เรากระดี๊กระด๊า แล้วก็มีทุกปีเลยเหอะ คริคริ

Photobucket Photobucket

Photobucket Photobucket

PhotobucketPhotobucket

PhotobucketPhotobucketPhotobucket
คิดถึงโฟโตบุ๊คฮาตาจิ ที่สองคนไปจุ่มจิ้มสุกี้กินกัน ตอนนั้นยังผมสีน้ำผึ้งบ๊อปน่ารักน่ากินอยู่เลย

 
Photobucket PhotobucketPhotobucket


 
Photobucket Photobucket  

PhotobucketPhotobucket





สุดท้ายนี้....


'WE , FOREVER'

  


Tags:
 
 
Current Mood: สุขสุดๆ
 
 
bbteam
09 March 2009 @ 12:07 pm



ตอนเด็กๆ พ่อเคยสอนว่า
"คนบางคนก็เป็นมิตร เป็นศัตรู หรือเป็นได้ทั้งมิตรและศัตรู
แต่มีคนจำพวกหนึ่งที่ ไม่ควรถือเป็นมิตร เพราะไม่ทำให้เราเจริญทั้งกายและใจ
และไม่ควรถือเป็นศัตรู เพราะทำให้เราเสียเวลาคิดหาทางรับมือ

คนจำพวกนั้นคือ คนพาล โดนกมลสันดานหรือเพราะสิ่งแวดล้อมก็ตามแต่ แม้เราจะเป็นคนพาลด้วยก็ยังต้องหลีกเลี่ยง"

เราจำได้ขึ้นใจเพราะตอนนั้นฟังแล้วไม่เข้าใจ

แต่พอโตขึ้น โลกกว้างขึ้น เราก็พบกว่า คนแบบนั้นมันเยอะแยะิยิ่งกว่าจะหาเพื่อนกินในโลกเสียอีก

เรามีมุมมองที่ต่างจากพ่อนิดหน่อย ...ไม่ใช่แค่คนพาลหรอกนะที่เป็นแบบนั้น "คนโง่แล้วคิดว่าตัวเองฉลาด" ก็ไม่ควรจะนับรวมว่าเป็นทั้งมิตรและศัตรูเช่นกัน
แล้วเราก็คิดมาตลอดว่า เค้าเป็นมิตรแม้จะแค่มิตรผิวเผิน เบาบางกว่าเพื่อนกิน แต่ก็ไม่เคยคิดร้าย พอรู้เจตนาลึกๆ ที่เค้ามองเรา มีให้เรา...


เออ เราก็คงเป็นคนโง่ที่คิดว่าตัวเองฉลาดพอจะมองคนออก

งั้นก็เป็นแค่ "น้องของเพื่อน" อย่างเิดิมแล้วกัน


เสียใจว่ะ
เสียความรู้สึกด้วย












หากมีโอกาสเจอกันอีก ถ้าเรานิสัยเสียให้เห็นเป็นบุญตา ก็อย่าเอาไปประชดประชันออนไลน์ก็แล้วกัน จะได้เจอ  ver.ถ่อยสัตว์ มีแค่โสพิเท่านั้นที่เคยเห็นแน่ๆ
 
 
Current Mood: ไม่เข้าใจ
 
 
bbteam
07 March 2009 @ 01:40 pm
โฮะๆๆๆ
โฮะๆๆๆ


ในที่สุด
ในที่สุด

เอ็มสเตฯ วันที่ 6 นี้ เราก็ได้เห็นปรากฎการณ์ที่อยากเห็นมานานเว้ยย!

ARASHI และ TVXQ 
ได้ขึ้นโชว์บนเวทีร่วมกัน!!



มาคราวนี้ไม่ได้เป็นแบ็คฯให้ใคร ไม่ได้มาติดสอยห้อยตามใคร(กัดผ้าเช็ดหน้า) มีแต่พี่เลี้ยงก็คือน้องโบอา เพื่อนสนิทจุงแจและพี่สนิทนุ้งซีอา

โว้ยยยยชอบบบบ ดีใจ ตื่นเต้น
แต่จะเป็นมากกว่านี้หลายๆ เท่า ถ้าหากว่ามี KAT-TUN มาออกพร้อมกันด้ัวย
เคยเมาท์กะหมีไว้แบบปากโฮ่งๆ ว่า ถ้ามันได้ขึ้นเวทีพร้อมกันอาราชิ

"ก็เป็นเชิญยิ้มสองประเทศชนกันน่ะสิ?"   อิยะฮะฮะฮะฮ่า

อย่าดูถูกความรั่วของจุงแจและมิกคิ
อย่าให้ความหล่อร้ายกาจของมาซากิกับจุนบังตา

สองวงนี้มีความฮา บ้า รั่ว คับคุณภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เรื่องมันสมองก็ใช่ย่อย
คุณชายซากุไร เกียรตินิยม(หรือเกรดนิยมก็ไม่แน่ใจ)อันดับ 2 ของ ม.เคโอ (อาาา)
พรินซ์ ชิม มักเน่ในดวงใจ(ของปร้าาา) ไอคิวเกินร้อยไปในระดับแตะๆ จีเนียส
ความคมของปากอาจจะสู้มักเน่ไม่ได้ แต่รับประกันว่าชายโชจะตามความคิดของมักเน่ทันทุกก้าวแน่ๆ (ถ้าชายโชแกไม่มัวแต่เหม่อหรือรั่วผสมโรงไปกับมาซากิน่ะนะ ฮ่าๆๆ)

แต่........
(คิดหนัก) พัชราฯเคยได้ยินมาว่า "คุณชายซากุไร โช นิยมชมชอบการป้อยอเด็กเป็นนิจ"
มักเน่ก็เสน่ห์ดกสะเดิดไม่ใช่น้อยนิด...
ถ้าหากชายโชติดบ่วงความฉลาดแลมาดแมนหุ่นแสนเท่ของมักเน่...
แลมักเน่อาจเกิดพลาดท่าโดนลีลาป้อยอของหนุ่มวัยสุกงอม หล่ออมภูมิ แลมาด"ป๋าใหญ่" จนติดใจ...

หุหุ หุหุ หุหุ หุหุ
ก็นะ คนฉลาดมักจะดึงดูดเข้าหากัน หุหุ หุหุ หุหุ

เรากำลังตั้งใจโหลดรายการอย่างเมามัน สารภาพว่าตื่นเต้นจนถึงบัดนี้ เร่งเวลาให้มันรีบๆ โหลดให้เสร็จโดยไว
ให้เวรรีบๆ หมดสักที จะได้ลงเวรกลับไปกิ๊บๆ อยู่บ้าน

  • อา...แต่อยากเห็นจริงๆนะ
คาเมะนาชิ (เมียรักยาใจสุดสวาทชีวาวาตย์ปานขมองอิ่ม) มานั่งไขว่ห้าง เชิดหน้านิดๆ หรี่ตาอยู่แถวหลัง ถือไมค์แกว่งไปมา แอบเหล่มองหน้าหล่อสัต-------------ว์โลกน่ารักของชองยุนโฮ

  • อยากเห็นจริงๆนะ
คาเมะนาชิ (เมียรักยาใจสุดสวาทชีวาวาตย์ปานขมองอิ่ม) มานั่งยิ้มตาหยี แก้มกลมๆ โหนกสูงนิดๆ (ไม่ใช่โหนกบานเป็นเหลือเฟือ อย่าๆ อย่าจินตนาการ) ทำตาเล็กตาน้อยหยีๆ แบบรู้ทันลีลาเพลย์บอย มิกคิที่ขึ้นชื่อคนนั้น

  • อยากเห็นจริงๆนะ
คาเมะนาชิ (เมียรักยาใจสุดสวาทชีวาวาตย์ปานขมองอิ่ม) บนเวทีโชว์เซกซ์แอพพีล แหม...ก็ว่ากันตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ใครกล้าปฏิเสธกลิ่นของความรัก (กริ้ววว) ที่เมียเมะแผ่ออกมาบ้าง? แข่งกับคาริสม่าน่าขย้ำของคิมจุนซู ใครจะทำคะแนนนำกันเราไม่รู้... แต่ตัวกะรูจะสวมร่างทรงเป็น "๋ป๋าขา"
ขนาบซ้ายและขวากันเลยทีเดียว โฮะๆๆๆ

  • อยากเห็นจริงๆนะ
คาเมะนาชิ (เมียรักยาใจสุดสวาทชีวาวาตย์ปานขมองอิ่ม) มองคิมแจสลับกับอาคาจิน แล้วกอดคอกับโคคิโกะ กระซิบกระซาบแทบจะกัดหูกันด้วยความสงสัยว่า "ใครหน้าเหมือนใครกันแน่...." โฮะๆๆ คิดว่าจะถามงี้ล่ะสิ เมื่อก่อนน่ะคงใช่ แต่ตอนนี้มันจะต้องถามว่า "ใครรั่วกว่าใครกันแน่...." อิยะฮะฮะฮะฮ่ะ

  • อยากเห็นจริงๆนะ
คาเมะนาชิ (เมียรักยาใจสุดสวาทชีวาวาตย์ปานขมองอิ่ม) ที่ไม่หวั่นไหวกับฝีปากคมกล้าหรือสายตาเย็นชาแต่แอบกรุ้มกริ่มของมักเน่ชิม'มิน สเป็คซิฟิเคชั่นของเมียรักคนนี้ต้อง "สูงวัย" "สาวใหญ่" "ใจดี" "มีวิตามิน M"
สาบานว่ารักเมียเมะปานจะกลืนกินนะเนี่ย ฮ่าๆๆ เพราะงั้น.... ฝีปากคมเคียวอาบน้ำโสมและผิวสีน้ำผึ้งของมักเน่มิน'ชิม ย่อมไม่กระทบกระเืทือนความเซลฟ์ของเมียเมะ




หมายเหตุ**
ทั้งนี้ทั้งนั้น คือความพร่ำเพ้อของหญิงสมองถั่วเขียวใกล้จะฝ่อเพราะต้องปั่นงาน ทำการบ้าน ขึ้นเวร ขาดเหล้า อดผู้ชาย และไม่มีเวลาต่อฟิค(จะลงแดงงงงเว้ยยย)

//มองนาฬิกา//

เย้! จะลงเวรแล้ว
เจอกันที่บ้านนะจ๊ะ อาราชิ & ทงบังฯ (*^_______________^*)V





 
 
Current Mood: ยะฮู้ว!!
Current Music: ลิปตา - ไม่รู้เมื่อไหร่
 
 
bbteam
04 March 2009 @ 10:41 pm


ถ่ายมาหลายครั้งแ้ล้วล่ะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เอาภาพที่ถ่ายโหมดพาโนรามามาลองต่อดู อยากเห็นว่าตัวเองถ่ายเป็นไง
ตอนแรกจะใช้โปรแกรมแถมของโอลิมปัส

เย็----------------------------------ด ยากมากกกกก โปรแกรมเหวอะไรก็ไม่รู้ ถามนั่นถามนี่ตลอด
มันคิดว่าตัวเองเป็นของปลอมหรือไง?? ซื้อมาแพงนะเว้ย(เมื่อสามปีก่อน)

แล้ว
พี่กุ๊ก ก็ช่วยเราได้

และแล้ว PCS3 ที่พีรภัคเอามาทิ้งไว้ให้ก็ับังเกิดประโยชน์ เฮอะ เราไม่ต้องง้อโอลิมปัสแล้ว (สาแก่ใจ)




ถ้ำที่เราไปเที่ยวมา หนาวมากกกกกกกกกก แต่ก็สวยมาก เค้าบอกว่าเป็นถ้ำที่เล็กแต่ภายในโอ่โถงกว่าถ้ำใหญ่ๆ หลายแห่ง





 

อันนี้ถ่ายจากโรงแรมที่เข้าพัก โชคดีมากที่ได้ห้องหันออกหาวิว ไม่งั้นจะเห็นแค่สระว่ายน้ำ ฮ่าๆ

โอเค ตอนนี้ทำพาโนรามาเป็นละเว้ย!!!!!
 
 
bbteam
02 March 2009 @ 09:42 am




เด็กใหม่ ใสกิ๊ง(อันนี้ใสจริงไม่จริงไม่สามารถบนไปพิสูจน์ได้
เอาเป็นว่าผิวใส ยิ้มใส กระชากใจสาววัยอยากเลี้ยงต้อยก็แล้วกัน)






เด็ก(ไม่เด็กล่ะ) บ้าอะไรก็ไม่รู้ เคะนางพญาชัดๆ



ฮ่าๆๆ

เรื่องของเรื่องก็คือเราเพิ่งกลับจากท่องโลกกว้างเมืองหนาว
ซึ่งหนาวกว่าที่คิดเอาไว้มากกกกกกกกก

เรามีโอกาสได้ไปทริปทัวร์กุ้ยหลิน ด้วยความอนุเคราะห์จากเกรทเตอร์ฟาร์มา และ หัวหน้าที่ให้โอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตา ใจเราก็อยากจะเสียสละให้เด็กๆ ที่อ่อนกว่า แต่ใจหนึ่งก็อยากไปมีประสบการณ์ ก็เลยเสี่ยงดวง ขอจับฉลาก

อะ บุญเข้าข้าง ไอ้เบิ้ลได้ทัวร์โลกกว้างอีกแล้วเว้ย!!!

เ็ก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า เลิกบำรุงดูแลผิวหน้าที่เพิ่งโทรมแดดมา ช่างแม่ง สวยไว้หลังเที่ยวก่อน ตายไปก็มีคนแต่งหน้าศพให้ล่ะวะ

มีเสียงลือเล่าอ้างว่าตอนนี้เมืองจีนหนาวนะ อะ ไอ้เบิ้ลด้วยความรอบคอบ เช็คอินเตอร์เน็ต ขอลิงค์พยากรณ์อากาศของจีนจากหมีแม้ว เช็คมันทุกวัน หาค่าเฉลี่ยด้วยไม่อยากเสียเงินซื้อเครื่องหนาวหรือเสื้อผ้าเกินความจำเป็น

แค่ สิบ ถึง สิบห้า องศาเซลเซียส

เฮอะ (ยักไหล่) เบๆ เหลือเกินน้องเอ๊ย!!

ปีนี้ที่ทำงานเราหนาวต่ำกว่าสิบองศาฯ มาเป็นเดือนๆ ยังมีชีวิตรอด แถมภูมิคุ้มันความหนาวก็อัพเกรดขึ้นโข เพราะงั้นแค่สิบองศากว่าๆ (ยักไหล่) ชิลล์มากค่ะขอบอก

วันเดินทางจริง
หญิงเบิ้ลหอบกระเป๋าใบบะเอ้ง อย่า...อย่าคิดว่าหอบไปมากมาย เพราะเอาไว้ยัดของฝากและเสื้อผ้าใช้แล้วที่คงจะฟูมากมายมหาศาลรวมกับเพื่อห่อกันกระแทกหยกที่โสภิอยากได้ ไปแบบเบาๆ ถึงจะใบใหญ่แต่เบาๆ แบกไหว

ขึ้นเครื่องแบบชิลล์ๆ เฮฮาปาจิงโกะไปกับเพื่อนรุ่นพี่และรุ่นน้อ

แต่....เดาออกแล้วชิมิ?
สวรรค์กลั่นแกล้งมีจริง!!
หรืออาจจะเป็น...


อาถรรพ์อาคานิชิ...........!!!


หะแรกที่ได้ยินว่า "อุณหภูมิภายนอก แปดองศา(โดยประมาณ เพราะจำไม่ค่อยได้)"
พัชราฯ ร้อง "ห่---------------------าน แล้วมั้ยล่ะ"



หนาวเย็นจับใจเกินจะทนมาก!
แต่...เรายังใจแข็ง
ไม่
ไม่
ไม่
เราจะไม่ซื้อเสื้่อกันหนาว เราจะอดทน กะอีแค่แปด เก้า สิบ เทียบกับที่บ้านเราแล้วก็ไม่แตกต่าง (เราสู้) แม้จะมีลมแรงยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
แม้จะฝนตกปรอยๆ
แม้จะหายใจเป็นไอ

เราก็ยังใส่แจ็คเก็ตสีแดงอร่ามท้าพันธมิตรอย่างห้าวห่าน เอ้ย หาญ

วันที่หนึ่ง........

เที่ยวถ้ำขลุ่ยอ้ออันตระการตา....เคยเป็นที่ใช้รับรองสมเด็จพระพี่นางฯ
ตกแต่งสีแสงสวยงามประทับใจมาก และก็...หนาวมาก

มือสั่นจนกดชัตเตอร์ไม่อยู่ รูปสั่นเป็นองค์ลงทุกรูป ต้องอาศัยแง่หิน ราวบันไดประดามีเป็นขาตั้งกล้องชั่วคราวถึงได้พอมีภาพสวยงามออกมาให้เห็นบ้าง


เห็นได้ชัดเลยว่าภาพไม่คมอย่างแรง

แต่ก็ยังพอทนไหว เพราะมัวแต่สงสัยว่าทำไมคนจีนถึงได้จินตนาการลึกล้ำมาก
ไกด์เราเป็นคนจีนแต่พูดไทยเก่งมาก เรียนภาษาไทยมาสี่ปี บางครั้งยังหลุดอุทานเป็นภาษาไทยให้ได้ยินเลย(ฮา) ที่สำคัญ น่ารักมาก สวยแบบสาวจีน ผิวดีน่าอิจฉา (ฮ่าๆ) หน้าตาน่ารัก ชื่อคุณจัน ดูแลดี แต่ก็ยังมีนิัสัยคนจีนอยู่นะ ในความคิดเรา ละเอียดลออ แอ็คทีพ แล้วก็ไม่ได้ละเมียดละไมเหมือนคนไทยเท่าไหร่

ภาพอันบนนี้เรียกว่าภูเขาเห็ด...อืมม์ ก็เห็ดอยู่ โอเคๆ พอจิ้นตามได้



อันนี้เห็นปุ๊บก็เดาออกปั๊บโดยไม่ต้องมีไกด์บอก "พระสังกัจน์จาย"
เห็นบิดาทุกวัน รูปร่างแบบนั้นเหมือนบิดาเรามาก (ฮ่าๆ) เพราะงั้น
ก็กราบในใจไปหนึ่งครั้ง
หนูคิดถึงพ่อนะคะ คิดถึงพุงพ่อ ที่ตอนนี้เป็นที่กัดเล่นของไอ้เทมโป้แล้ว(ฮ่า)



อันนี้จำได้ประมาณว่า มังกรพันหลัก ถือเป็นศิริมงคลแต่ไม่ให้จับ เพราะเค้ากลัวว่าหินจะไม่งอกต่อ อืมม์ ได้แต่เคารพในใจ เป็นศิริมงคลแก่ชีวิตกูละ



อันนี้เป็นกระจกวิเศษ แบนๆนั่นคือกระจก ส่วนอันยาวๆ เค้ามองว่าเป็นตะขาบที่กำลังโดนไล่เข้าไปขังในกระจก เราแทบจะโดดเข้าไปในกระจกด้วยความลืมตัว สามานย์ในกมลสันดอนมันมากมาย นึกว่าตัวเองเป็นปีศาจที่โดนดึงดูดเข้าในกระจก (ฮ่าๆ)

และมีอีกหลากหลายมากมายก่ายกองที่เราจำไม่ได้บวกถ่ายไม่ชัดกับแสงไม่พอ รู้แต่ว่ามีรูปหนึ่งที่ยังไงก็ต้องถ่ายให้ได้ มันสวยและเป็นจุดไคลแมกซ์ที่คุณจันปล่อยให้พวกเราถ่ายรูปนานที่สุดมั้ง



เป็นภาพเงาสะท้อนในน้ำที่อยู่ในถ้ำ สวยมากกกกกกกกก
เรานึกว่าเป็นเหว หลงเดินแบบเลี่ยงๆ อยู่ตั้งนาน พอเอาหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ

อืมม์ ธรรมชาติมหัศจรรย์ที่สุด

ก้าวแรกที่เดินออกมาจากถ้ำ....





หนาวสะบั้นเป็นยังไง....
ก็ได้รู้กัน ณ บัดนั้น

มือ นิ้ว เท้า แทบไม่รู้สึก
เสื้อฮู้ดสองชั้นช่วยอะไรกูไม่ได้
พัชราฯยังคงสู้ด้วยความดื้อดึงส่วนตัว
"ไม่ ไม่ ไม่ ฉันจะไม่ซื้อเสื้อกันหนาว"

พัชราฯยังคงโต้ลมหนาวและอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆไปล่องเรือชมแม่น้ำหลีเจียง น้ำใสมากกกก ใสจนเห็นหญ้าใต้แม่น้ำ และไอที่ลอยเรี่ยๆ ผิวน้ำ (ฮา) แสดงให้เห็นว่าอากาศเย็นมากแค่ไหนแล้วเราก็ได้เห็น ควายกุ้ยหลิน

อ้วนพีมากค่ะ แลดูขนเยอะกว่าควายไทย อาจจะเพราะอากาศหนาวจับใจ แต่เหมือนว่าเค้าจะอุปมานมันเป็นวัวนะ  ยังไงๆ ก็ควายว่ะ


อาหารว่างที่ทางเจ้าของเรือจัดไว้ให้ กินกับชาร้อน ทริปนี้พัชราฯรักชาร้อนมาก
แม้ว่ามันจะรินใส่ถ้วยได้แค่นาทีเดียวก็เย็นเหอะ ยังไงก็ยังอุ่นมือตั้งหนึ่งนาทีนะเว้ย
เห็นแล้วคิดถึงชายทะเลไทย (ฮ่าๆ) ถ้าีมีส้มตำสักหน่อยก็แหล่มเลย



โปรดสังเกตหมอกล่องลอย.....ยิงล่องเรือนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นว่ามันลอยต่ำลง ต่ำลง ต่ำลง
และแล้ว คุณจันก็บอกว่า
"วันพรุ่งนี้อากาศจะลดลงอีกเหลือประมาณ ห้าถึงสิบองศานะคะ"






แม่เจ้า!!!!!!!!!!!!

อาถรรพ์อาคานิชิท่านมาแรงมาก
คำว่า ห้าองศาฯ เหมือนมีดกรีดกลางใจ ทิ่มลงไปถือกรวยไตให้ทะลุเป็นเสี่ยงๆ

พัชราฯ ซมซานออกจากโรงแรมในหยางซั่ว เดินโซซัดโซเซไปตามถนนที่มีร้านค้ามหาศาลสมเป็นเมืองท่องเที่ยว ในหัวมีแต่คำว่า How much? กับพอยน์เตอร์ที่พร้อมใช้เมื่อเห็นเสื้อกันหนาวตัวเท่าควาย และ กุ้ย ที่แปลว่า แพง กับ เหิ่นกุ้ย (หรือถ้าโมโหจะเริ่มพูดกุ้ยเหี้ยๆ) ที่แปลว่าแพงมว้ากกกกก ถึงจะหนาวยังไง ก็ยังไม่ไร้สติในการต่อราคา(ฮ่าๆ)
เรื่องนี้อยู่ในสายเลือดผู้หญิงเกือบทุกคนนะเราว่า

แล้วเสื้อแต่ละตัว หญิงมากกกก สาวมากกกก ขอแบบที่ดูสบายๆ ไม่ต้องฟูฟ่องเฟอร์เพียบได้มั้ย? แต่เราก็ได้เสื้อกันหนาวมาหนึ่งตัวจนได้ ไม่ได้ชอบที่สุดแต่เตะตาที่สุดแล้วในบรรดาเสื้อหญิงๆ ทั้งหลาย พอใส่ปุ๊บ พี่ๆ ที่กรุ๊ปก็ทักว่า "ฮิปมากค่ะน้องเบิ้ล"

อะ....พี่รู้ได้ยังไงว่าหนูเป็นวีไอพี? ฮ่าๆๆ

บรรยากาศก็เหมือนไนท์บาซ่า สวนลุม อะไรอย่างนั้น แต่ไม่ได้พูดภาษาบ้านเรา เหมือนตอนเดินมยองดงกับทงแดมุน ให้ความรู้สึกประมาณนั้น ที่ต่างกันก็แค่ฝนปรอยๆไม่หยุด กับลมพัดไม่หยุด แล้วก็หนาวสัตว์ (แหงะ)
เราก็ได้สมุดบันทึกเย็บแบบจีนแท้มาหนึ่งเล่ม ชอบๆ จะเอาไว้เขียนเอง เจ้าของร้านพูดอังกิดได้นิดหน่อย เค้าปั๊มตราปลาสองตัวว่ายคลอกันให้ เค้าบอกว่าเป็นเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ (ฮ่าๆ) ไอ้เราก็นึกว่าคู่ครองเสียอีก

เหนื่อยละ ถ้าขยันค่อนเขียนต่อ เอาไว้อ่านตอนแก่กว่านี้จะได้มีบันทึกความทรงจำเก็บไว้


แต่สรุปได้ว่า

หนาวนิ้วแทบหลุด ไตแทบไหล ขาแทบขาดออกจากตัว
ทริปหน้าไปฮาบิน..............ไอ้เบิ้ลจะรอดได้ยังไง?


 
 
Current Mood: dirty
 
 
bbteam
 
http://woratana.exteen.com/20051020/how-to-write-fiction




แต่งนิยาย เพื่ออะไร

-สำหรับ นักเขียนต่างๆ ที่อ่านบทความนี้อยู่ คุณเคยคิดไหมว่า คุณแต่งนิยายเพราะอะไร? ตอบในใจก็พอนะครับ อย่าโกหกใจตัวเอง อย่าโยกโย้ไปเรื่องอื่น ลองคิดดูนะครับ ว่าคุณแต่งนิยายเพราะอะไร

-นัก เขียนหลากหลาย คำตอบที่ได้ก็จะต่างกันไปกับคำถามนี้ บางคนเขียนนิยายเพราะ อยากดัง อันที่จริงความอยากเด่นอยากดังเป็นเรื่องปกติ ใครๆ ต่างก็อยากดูดีกว่าคนอื่นกันทั้งนั้น จะมีสักกี่คนเล่าที่พร้อมจะอยู่ต่ำต้อยกว่าคนอื่นไปตลอดเวลา ความอยากดังนั้นผมก็เคยคิด แต่มาถึงบัดนี้ความคิดนั้นก็ไม่เหลืออยู่ในจิตใจผมอีกต่อไป เพราะผมรู้สึกว่าความดังเป็นเพียงความคิดชั่ววูบของคนกลุ่มหนึ่งที่จะชื่น ชอบสรรเสริญสิ่งที่เขาชื่นชม เมื่อสิ่งที่เขาชื่นชมมีอานุภาพต่ำลง (ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง ที่เมื่อมีอายุมากขึ้นก็อาจจะไม่สามารถร้องเพลงได้ดีดังเดิม หรือนักเขียนที่เมื่อมีอายุมากขึ้น มุมมองก็จะเปลี่ยนไป ไม่สามารถเขียนนิยายในมุมมองของวัยรุ่นที่เข้าใจวัยรุ่นด้วยกันได้) คนกลุ่มนั้นก็จะทิ้งสิ่งที่เขาเคยสรรเสริญ แล้วไปหาสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

-เหตุผล อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเคยคิด อยากรวย ใช่ คนเราขัดสนก็ต้องอยากให้ความขัดสนนั้นหายไป ถ้าเราไม่มีเงินเราก็อยากได้เงิน แต่ถ้าคิดดูดีๆ จะรู้ว่า แต่งนิยายได้เงินไม่มากเท่างานบันเทิงต่าง ๆ หรืองานอื่นๆ ที่ใช้เวลาทุ่มเทน้อยกว่า แต่ได้เงินมากกว่าการแต่งนิยาย เหตุผลข้อนี้สามารถใช้กับเรื่อง อยากดัง ได้เช่นกัน ถ้าคุณอยากดัง อยากมีเงินมาก ทำไมคุณไม่ไปทำงานในวงการบันเทิงหรือวงการที่โด่งดังกว่าการแต่งนิยายเล่า?

-เหตุผล ข้อที่สามเป็นเหตุผลที่ผมเคยคิดอีกเช่นกัน (แล้วตอนนี้แกคิดเหตุผลไหนอยู่ละเนี่ย มีแต่เคยคิดทั้งนั้น) นั่นคือ อยากเห็นผลงานของตัวเองได้ตีพิมพ์ สำหรับนักเขียนหน้าใหม่แล้ว การที่นิยายของตัวเองได้ตีพิมพ์เป็นเล่มถือเป็นจุดสุดยอดในชีวิตของการเขียน นิยาย แต่สำหรับนักเขียนที่เคยมีผลงานได้ตีพิมพ์มาแล้ว การที่นิยายตัวเองได้ตีพิมพ์ถือเป็นก้าวเดินอีกก้าวของชีวิต ผมอยากเห็นงานเขียนของผมได้ตีพิมพ์ รวมทั้งนิยายอื่นๆ ที่ผมชื่นชอบ แต่สุดท้ายผมก็ยังไม่สามารถเขียนงานที่ มีคุณภาพสามารถตีพิมพ์ได้ จริงๆ สักที เพราะผมเขียนไปก็ยังไม่รู้สึกถึงแก่นแท้ในด้านตัวละครและพลอต เมื่อกลับมาอ่านที่เขียนไปมักจะรู้สึกว่า

ทำไมตัวละครตัวเอกกับเพื่อนๆ มีนิสัยคล้ายกันไปหมดเลยนะ

ทำไมตัวละครแต่ละตัวไม่แสดงเอกลักษณ์ประจำตัวเลยนะ

ทำไมพลอตของเราถึงได้เดินเรื่องช้าอืดอาดแบบนี้

ทำไมพลอตเรื่องของเรามันซับซ้อน ขนาดที่ว่าคนเขียนเองยังจำประเด็นหลักได้ไม่หมด

-ผล งานนิยายที่ได้รับการตีพิมพ์ในสมัยนี้ มีทั้งนิยายที่ดี และนิยายที่ยังไม่ดีพอ แต่กลับได้นำมาตีพิมพ์ เรื่องการได้ตีพิมพ์หรือไม่ได้นั้นขึ้นอยู่กับบรรณาธิการของสำนักพิมพ์นั้นๆ ครับ นิยายบางเรื่องสนุกมากแต่ไม่ได้ตีพิมพ์ แต่เรื่องที่ไม่สนุกกลับมีบรรณาธิการชอบและขอเรื่องนั้นไปตีพิมพ์ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกแห่งตัวหนังสือครับ!

-แต่งนิยายเพราะอยากเผย แพร่จินตนาการของตนให้ไปสู่นักอ่าน นี่เป็นคำตอบอีกคำตอบหนึ่งที่อยู่ในใจของคุณหรือไม่? ฟังดูแล้วเหมือนกับคำตอบที่ปั้นสำนวนขึ้นมาเองมากกว่า อยากเผยแพร่จินตนาการงั้นเหรอ ไร้สาระ (คงมีนักอ่านหลายคนที่อ่านเจอประโยคข้างต้นแล้วคิดว่า ไร้สาระ ผมไม่ได้คิดนะ) ในมุมมองของผม ความต้องการในการเผยแพร่จินตนาการเป็นเรื่องปกติ (รู้สึกว่าหัวข้อไหนมันก็ปกติหมดเลยแฮะ เพราะเราเคยคิดมันทุกหัวข้อแล้ว) ผมแต่งนิยาย ก็เพราะต้องการทำให้จินตนาการในหัวกลายเป็นตัวอักษร แสดงให้คนอื่นเห็นว่า ตูข้าก็มีไอเดียเด็ดๆ นะเฟ้ย อะไรประมาณนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่นิยายของผมส่วนใหญ่เป็นนิยายแฟนตาซี มีแต่จินตนาการ+ความคิด+ไอเดีย (จนผู้เขียนต้องนั่งเซ็งเมื่อคิดพลอตให้เข้ากับ จินตนาการ ที่คิดไว้ไม่ได้ และเป็นเหตุผลให้ต้องดองนิยายเรื่องนั้นๆ ในเวลาต่อมา)

-หัวข้อสุด ท้ายแล้วครับ ทนอ่านกันหน่อยนะ แต่งนิยายเพราะอยากแต่ง อืม ตอบเหมือนกับเมื่อมีคนถามว่า ทำไมถึงเล่นเกม เพราะอยากเล่น แต่จะมีสักกี่คนที่เมื่อถามว่า ทำไมถึงเรียนหนังสือ แล้วตอบว่า เพราะอยากเรียน

-แต่งนิยายเพราะอยากแต่ง หมายถึง การแต่งนิยายโดยไม่คำนึงว่านิยายที่เราแต่งจะได้ตีพิมพ์หรือไม่ (แต่ต้องคำนึงว่านิยายที่เราแต่งจะมีคนอ่านหรือไม่) แต่งนิยายเพียงเพื่อต้องการทดสอบฝีมือตนเองว่าจะไปได้สักกี่น้ำ จะแต่งนิยายไปได้สักกี่เดือน กี่ปี กี่บทกี่ตอน เหมือนอย่างที่ผมทำอยู่ตอนนี้ละมั้ง เขียนไปตามใจอยาก จนบัดนี้ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าผมจะเลิกแต่งนิยายตอนไหน รู้แต่ว่าช่วงนี้เรามีภารกิจอื่นที่ต้องทำนอกจากเขียนนิยาย เวลาที่ผมจะเลิกใกล้เข้ามาทุกทีแล้วละครับ!

-ชีวิตนี้น้อยนัก อยากทำอะไรก็รีบทำเถอะครับ ก่อนที่คุณจะไม่สามารถทำสิ่งที่ต้องการได้อีกต่อไป

ขอให้คนที่คอมเม้นต์บทความนี้ สามารถแต่งนิยายจนตีพิมพ์เป็นเล่มได้ >_<

Woratana, the Fiction Writer [WK Creative]



เราไปวิ่งเล่นหาข้อมูลเขียนเรื่องใหม่ ได้เจอบล็อคเก่าตั้งกะปี 2005
โชคดีจังที่เค้ายังไม่ลบทิ้งไป อ่านแล้วพยักหน้าหงึกๆ

เราเขียนฟิคเพราะอะไร?

อยากดัง????  ไม่ว่ะ ไม่ใช่ประเด็นหลัก ถ้าอยากมีคนรู้จัก มีเพื่อนใหม่ อยากได้คนที่อ่านแล้วคอมเมนท์เนี่ย ใช่ แต่ไม่ได้อยากดังชนิดที่เขียนเรื่องไหนก็เชื่อขนมกินได้ว่าขายเป็นร้อย อย่างเฟิงน่งเนี่ย ข้าน้อยซูฮก อยากเก่ง อยากจินตนาการได้แบบนั้น แต่ไม่ได้คาดหวังชื่อเสียงระดับนั้นนะ 

อยากรวย?? ?  โฮ้ยย อยากดิ แต่หาเงินทางอื่นเป็นรายได้หลักน่าจะเวิร์คกว่า เราคงเดาทางนี้เป็นฐานชีวิตไม่ไหว 

อยากตีพิมพ์??  เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมากกว่า แต่ก็ดีใจที่ได้มีหนังสือของตัวเองเน้

สรุป............. เขียนเพราะอยากเขียน อยากมีคนอ่าน อยากมีคนเมนท์ ด่า ติเตียน แนะนำ อยากให้จินตนาการตัวเองแตกยอดเพราะคนอื่น สรุปง่ายๆ

เขียนเพราะอยากเขียน (ฮ่าๆๆ) จากใจไม่ได้ติสต์ ซึ่งเราคิดว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ เขียนเพราะเหตผลนี้กันเยอะว่ะ เพียงแต่ว่าพอผ่านไปสักสองสามเรื่อง จุดประสงค์จะเปลี่ยนไปมากหรือน้อยยังไงขึ้นอยู่กับกระแสตอบรับและคนรอบข้างมากกว่านะ

แต่เรา(นับนิ้วก่อน) จนป่านนี้ก็ใกล้จะถึงสิบนิ้วแล้ว ก็ยังตอบเหมือนเดิมว่า "เขียนเพราะอยาก" ฮ่าๆ "เขียนเพราะชอบอ่านเมนท์ที่ทำให้รู้สึกดีๆ" ถึงจะติเราก็ชอบนะ บรรทัดเดียวก็ชอบ ถ้าไม่ใช่แค่ มาต่อไวๆ นะค้าาา ..........อันนี้จะเกิดอากาารคันนิดหน่อย ฮ่าๆ


นั่นสินะ เขียนฟิคจนถึงทุกวันนี้เพราะอะไร???





 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
Current Mood: artistic
Current Music: ลิปตา - ไม่รู้เมื่อไหร่